ข้าวญี่ปุ่นที่ปลูกในประเทศไทยอย่าง asia koshi เริ่มต้นได้อย่างไร?

Name: อภิสิทธิ์ ตันสกุล

Age: 42

Company: Asia FLR Group

Post: Managing Director

College: Asia University

Language: Thai,Japanese,English

ข้าวญี่ปุ่นที่ปลูกในประเทศไทยอย่าง asia koshi เริ่มต้นได้อย่างไร?

เกิดปี 2516 ที่กรุงเทพมหานคร
เรียนจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนปทุมคงคา ก่อนจะเรียนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทย 2 ปี หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยเอเชีย ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างศึกษามีผลการเรียนดีจึงได้รับทุนจากทั้งรัฐบาลญี่ปุ่น และภาคเอกชน หลังเรียนจบปริญญาตรี ก็ไปศึกษาต่อด้านศิลปะที่วิทยาลัยศิลปะเฉพาะทางที่เมืองเชลซี ประเทศอังกฤษ และวิทยาลัยศิลปะที่สก๊อตแลนด์(ออกแบบและตกแต่งภายใน)ตามลำดับ หลังจากเรียนจบจึงเดินทางกลับเมืองไทย ทำงานด้าน Interior กับ คุณแดง คงศักดิ์ ยุกตะเสวี ในบริษัท ลีโออินเตอร์ จำกัด ทำอยู่ประมาณ 2 ปี ก็ลาออก และเริ่มสานต่อธุรกิจรีสอร์ตของที่บ้าน แต่ก็ต้องปิดไปเนื่องจากภัยพิบัติสึนามิ ปัจจุบันนี้ได้ทำการปลูกข้าวญี่ปุ่นพันธุ์โคชิฮิคาริในปะเทศไทย จัดจำหน่ายในนาม 'asia koshi' โดยสามารถหาซื้อได้ที่สยามพารากอนและร้าน OLEAF Organic Store ที่สุขุมวิท 39

Q: ตอนนี้คุณเหน่งทำธุรกิจในด้านใดคะ?

A: งานหลักๆ ของครอบครัวก็ผลิตปุ๋ยครับ  เป็นปุ๋ยเคมีบวกกับแร่ธรรมชาติ เป็นปุ๋ยสูตรต่ำเจ้าแรกของประเทศไทย และเป็นบริษัทปุ๋ยคนไทยเจ้าแรก ที่เจ้าของเป็นคนไทย 100% อยู่ในตลาดมา 45 ปี ชื่อตราไก่ในดาว และ ตราคู่หู
ส่วนธุรกิจตอนนี้อีกอย่างคือผลิตและจำหน่ายข้าวญี่ปุ่นพันธุ์โคชิฮิคาริ ซึ่งเราเป็นกลุ่มแรกที่ปลูกข้าวญี่ปุ่นในประเทศไทยครับ งานฟรีแลนซ์ก็มีรับจ้างออกแบบตกแต่งภายในบ้างเป็นบางครั้ง

 

Q: ทำไมถึงได้เริ่มปลูกข้าวญี่ปุ่นที่เมืองไทยคะ?

A: ทุกอย่างมันเรื่องบังเอิญครับ เมื่อประมาณ 32 ปีก่อนคุณพ่อผมซื้อเครื่องเกี่ยวข้าวมือสองมาจากประเทศญี่ปุ่น ระหว่างที่กำลังทำความสะอาดเครื่องก็มีเมล็ดข้าวที่ตกค้างอยู่ไหลออกมาประมาณหนึ่งกำมือ ก็เลยลองปลูกดู ปรากฏว่ามันสามารถปลูกได้ นั่นเป็นครั้งแรกที่เมืองไทยสามารถปลุกข้าวญี่ปุ่นได้ แล้วพอลองให้คนญี่ปุ่นช่วยชิมดูเขาก็บอกว่าเป็นพันธุ์โคชิฮิคาริ พันธุ์ข้าวที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น 
เราก็เริ่มขยายพันธุ์ข้าว จากเศษเมล็ดข้าวหนึ่งกำมือที่ไหลออกมาจากเครื่องเกี่ยวข้าวและหลังจากนั้นก็วางจำหน่ายที่ห้างไดมารูครับ

 

Q: ปลูกข้าวญี่ปุ่นออกจำหน่ายมาตลอดตั้งแต่เมื่อ 32 ปีที่แล้วใช่ไหมคะ?

A: ไม่ครับ ตอนนั้นหลังจากเราผลิตได้ก็มีคนนำข้าวญี่ปุ่นพันธุ์ต่างๆที่มีราคาถูกกว่าโคชิฮิคาริเข้ามาขายในไทย ทำให้ตลาดข้าวญี่ปุ่นล่ม เพราะการแข่งขันด้านราคา คุณพ่อผมจึงหยุดจำหน่ายไป แต่ว่าเราไม่ได้หยุดพัฒนาพันธุ์ข้าวนะครับ เราคอยพัฒนาพันธุ์มาโดยตลอด 

 

Q: ความโดดเด่นของ Asia Koshi คืออะไรคะ?

A: แน่นอนว่าเราเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยครับ และอีกอย่างคือข้าวเราปลอดสารพิษล้านเปอร์เซ็น เราคำนึงถึงสุขภาพของผู้บริโภคเป็นสำคัญ ก่อนจะเริ่มปลูกเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เราได้ศึษาและทดลองปลูกอยู่ประมาณ 2 ปี  โดยใช้วิถีชาวบ้านคือการเลี้ยงเป็ดควบคู่ไปด้วย เพราะเป็ดจะช่วยกินหอยเชอรี่ หรือตีขาในน้ำ ให้น้ำขุ่น แสงแดดส่องลงไปไม่ถึง วัชพืชจึงไม่ขึ้น ทำให้เราสามารถปลูกข้าวได้โดยที่ไม่ต้องพึ่งสารเคมี และยาฆ่าแมลง 
แปลงนาของเราอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พื้นที่ปลูกอยู่ในโครงการพัฒนาแผ่นดินเกิด ลุ่มน้ำปากพระพนัง เป็นโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครับ 

 

Q: ขออนุญาตถามในเรื่องเกี่ยวกับการดูแลพนักงานล่ะคะ?

A: บริษัทเราจะเป็นระบบงานแบบครอบครัวนะครับ เช่นอยู่มาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ ลูกก็มาทำงานต่อแบบนี้ ก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันไป ผมให้อิสระทุกคนในการทำงาน ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ ได้คิด หรือมีแอคชั่นในแก้ไขอะไรต่างๆ หากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินก็สามารถคิดตัดสินแทนเราได้

 

Q: ในส่วนของเป้าหมายในอนาคตล่ะคะ?

A: ทุกวันนี้อยากให้ลูกค้าซื้อข้าวกลับไปทานอย่างมีความสุข นอกเหนือจากนั้นยังไม่คิดอะไรมากครับ ก็พยายามพัฒนาข้าวของเราให้มีคุณภาพต่อไป แค่มีคนชอบข้าวเรา ให้ทานแล้วรู้สึกมีความสุข เมื่อมีความสุขก็จะมีพลัง อยากให้เวลาทุกคนคิดถึงข้าวญี่ปุ่น ก็อยากให้คิดถึง Asia Koshi ครับ

 

Q: สุดท้ายนี้อยากให้ฝากอะไรถึงคนที่กำลังอ่านหน่อยค่ะ

A: อยากให้ทุกคนไม่ยอมแพ้กับอะไรง่ายๆ ในส่วนตัวของผมเอง เจอทั้งสึนามิ แล้วก็น้ำท่วมใหญ่ ภัยพิบัติทางธรรมชาติเราควบคุมไม่ได้ เราก็ต้องยอมรับมัน ตอนน้ำท่วมโรงปุ๋ยก็เสียหายเยอะมาก เราก็ต้องมาต่อยอดมาคิดว่าเราจะทำอะไรต่อ เพราะมันเกิดไปแล้ว ซึ่งทุกครั้งก็ต้องยิ้มสู้ และเริ่มต้นใหม่ครับ

 

Pocket
Bookmark this on Google Bookmarks