ถ้ามีสิ่งที่ต้องการก็อยากให้คว้ามันมาให้ได้

Name: Yuki Ozaki

Age: 30

Company: Dekiru co., ltd.

Post: President

College: 

Language: Japanese,Thai,English

ถ้ามีสิ่งที่ต้องการก็อยากให้คว้ามันมาให้ได้

โอซากิ ยูกิซังเกิดเมื่อปี 1984 ในครอบครัวนักธุรกิจ ภูมิลำเนาเดิมอยู่ที่จังหวัดคานากาว่า ประเทศญี่ปุ่น หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนเฉพาะทางด้าน IT ในขณะนั้นเขาตั้งใจจะเข้าทำงานในร้านอาหารที่ทำติดต่อมาตลอด 5 ปี ตั้งแต่อายุ 16 ในโรงเรียนก็มีแค่เขาคนเดียวที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย แต่ความจริงมันไม่ได้เหมือนที่คิดไว้ตอนแรก ลำบากมากในหลายๆ เรื่องทำมาได้ครึ่งปีแล้วก็ลาออก หลังจากนั้นก็ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ทำงานเกี่ยวกับร้านอาหารอีก แต่พอได้คำแนะนำจากคุณพ่อที่กำลังบริหารงานร้านอาหารอยู่หลายสิบแห่ง เขาจึงตัดสินใจกลับมาทำงานเกี่ยวกับร้านอาหารอีกครั้งตอนอายุ 21 พออายุ 22 ได้เป็นผู้จัดการร้านสาขาเปิดใหม่ เขาต้องดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การรับพนักงาน จนดูแลบริหารงานร้าน ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ทำให้ร้านมีกำไร 160% เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปตั้งแต่ปีแรก เมื่ออายุ 23 เขาได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการในวงการร้านอาหาร โดยผู้รับผิดชอบจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในบริษัทโยโกฮาม่า เดือนสิงหาคม ปี 2009 ตอนนั้นอายุได้ 25 ปี เขาได้รู้จักกับคุณตัน แห่ง อิชิตัน กรุ๊ป โดยการแนะนำจากผู้เป็นพ่อ ทำให้เขามีความคิดว่าอยากจะทำให้อาหารญี่ปุ่นบูมในไทยให้ได้ เขาจึงเดินทางมาเมืองไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 ปัจจุบันดูแลบริหารงานอยู่ 3 บริษัท รวมทั้งเป็นโอนเนอร์ในร้านอาหารต่างๆ เช่นร้านราเมง ร้านซูชิ พร้อมกับทำร้านเฟรนไชส์ ซัพพอร์ตร้านอาหารที่ต้องการเปิดใหม่ แล้วก็ยังช่วยหาคน บุคคลากรให้ร้านต่างๆ อีกด้วย ตอนนี้นอกจากประเทศไทย ก็ยังขยายฐานไปประเทศอื่นๆ เช่นเวียดนาม พม่า แล้วก็จีนเป็นต้น

Q : ขอบคุณที่สละเวลาให้สัมภาษณ์เรานะคะ วันนี้อยากจะมาสัมภาษณ์คุณโอซากิ ถึงประวัติส่วนตัวคร่าวๆ ว่าที่ผ่านมาโอซากิซังเคยทำอะไรมาบ้าง ได้ยินว่าคุณโอซากิเข้าสู่วงการร้านอาหารมา 14 ปีกว่าแล้ว เลยอยากจะทราบว่าอะไรคือเสน่ห์ของการทำร้านอาหารคะ? มีหลายๆ อย่างที่อยากจะสอบถามด้วย รบกวนด้วยนะคะ

A : เสน่ห์อย่างแรกเลยคือการได้รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าได้โดยตรงล่ะมั้งครับ ตอนอายุ 22 ผมได้เป็นผู้จัดการร้านครั้งแรก คือเป็นการเปิดร้านใหม่ เริ่มต้นใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่รับสมัครพนักงาน คิดเมนู ไปจนถึงบริหารจัดการร้าน ตอนนั้นผิดพลาดหลายอย่าง หลายๆ อย่างเสร็จไม่ทันเปิดร้าน ถูกลูกค้าต่อว่ามาหลายชุดเลย แรงๆ ทั้งนั้น ทั้ง “เปิดร้านมากวนประสาทลูกค้าเล่นหรอ” “ทำแบบนี้ไม่ต้องเปิดร้านหรอก” ประมาณนี้ ตอนนั้นวิกฤตมากจริงๆ ตอนแรกก็คิดแต่ว่าจะทำให้อาหารอร่อยๆ ทำยังไงให้อาหารเสร็จพร้อมเสิร์ฟลูกค้าไวไว แต่คิดดูแล้ว เรื่องนั้นมันก็มีขีดจำกัดของมันอยู่ ก็เลยมาคิดกันใหม่ว่า ทำยังไงให้ลูกค้าพึงพอใจที่สุด ก็ช่วยๆ กันคิดกับทุกคน เพื่อที่จะให้การบริการของเราออกมาดีที่สุด แล้วหลังจากนั้นประมาณเดือนครึ่ง ลูกค้าที่เคยตำหนิการบริการของเราก็กลับมาทานอาหารที่ร้านอีกครั้ง

 

Q : ลูกค้าที่เคยตำหนิกลับมาอีกหรอคะ? ถ้าเป็นดิฉันก็คงได้มีการวิ่งหนีแน่ๆ (หัวเราะ) แล้วหลังจากนั้นเป็นยังไงหรอคะ?

A : ลูกค้าคนนี้จำได้แม่นเลย เพราะตอนนั้นเขาต่อว่ารุนแรงมาก วันนั้นที่เขากลับมาอีก ก็มีสต๊าฟในร้านมาบอกว่าลูกค้าต้องการพบผู้จัดการร้าน จำได้ว่าเราเคยถูกเขาต่อว่าเอาไว้ ตอนนั้นเลยรีบไปหาเขาทันที พอไปถึงลูกค้าก็บอกกับเราว่า มาครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งที่แล้ว ก็รู้สึกดีที่ลองกลับมาทานใหม่ ตอนนั้นจำได้แม่นเลยว่าดีใจจนพูดไม่ออกมันเป็นแบบไหน ความอร่อยของอาหารมันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าวัตถุดิบในการทำราคาแพงแค่ไหน หรือเพราะว่าร้านสวยหรูหรา อาหารถึงได้อร่อย มันไม่ใช่ แต่ผมคิดว่าสิ่งสำคัญอันดับแรกคือการที่พนักงานคอยใส่ใจ มอบเซอร์วิสดีๆ นี่แหล่ะคือการส่งมอบความอร่อยจริงๆ ให้แก่ลูกค้า

 

Q : หลังจากที่ถูกลูกค้าตำหนิ อะไรคือสิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดหรอคะ?

A : เรื่องอาหารก็ส่วนหนึ่ง แต่ที่สุดๆ เลยก็คือเรื่องการบริการ หลังจากคราวนั้นก็เทรนด์พนักงานเรื่องการบริการแก่ลูกค้ากันยกใหญ่ ก็เริ่มจากพื้นฐานส่วนหนึ่ง คือเรื่องการทักทายลูกค้า แล้วก็การแสดงออกต่างๆ ครับ

 

Q : สุดยอดเลยนะคะ ได้เจอประสบการ์แบบนี้ตั้งแต่อายุ 22 เลย อีกเรื่องที่อยากจะทราบค่ะ คือตอนที่เปิดสาขาใหม่ๆ มีคนมาสมัครประมาณกี่คนคะ?

A : ก็มีมาประมาณ 100 คนครับ แต่รับเข้ามาแค่ 60 คน

 

Q : มาสมัครเป็น 100 คนเลยหรอคะ? เยอะมากเลย ตอนนี้ก็คิดว่าโอซากิซังคงจะเป็นคนดูแลเรื่องการรับคนเข้าทำงานด้วยตัวเอง อยากจะทราบว่าตอนรับสมัครคนที่ญี่ปุ่นกับที่ไทย หลักเกณฑ์ต่างกันบ้างไหมคะ?

A : ก็ไม่มีอะไรที่แตกต่างขนาดนั้นนะครับ เมื่อสักครู่ก็พูดไปแล้ว คือผมจะไม่รับคนที่ไม่สามารถกล่าวทักทายได้มาทำงาน ความประทับใจแรกสุดเลย คือการกล่าวทักทายใช่ไหมล่ะครับ แล้วก็ผมจะดูเรื่องประวัติการศึกษา หรือการที่เคยไปศึกษาต่อต่างประเทศมาอะไรแบบนี้ด้วยครับ ทำไมต้องเคยไปศึกษาต่างประเทศมา ถ้าจะให้พูดก็คือคนเหล่านี้จะเคยมีประสบการณ์การไปเป็นคนต่างชาติ ในประเทศอื่นๆ มาใช่ไหมครับ? ถ้ารับสมัครระดับผู้จัดการ สิ่งนี้คือสิ่งจำเป็นเลยครับ ส่วนพนักงานในร้านก็แน่นอนจะดูว่า เคยมีประสบการณ์ทำงานที่ร้านไหนมาบ้าง แล้วทำมานานเท่าไหร่ จะประมาณนี้ครับ。

 

Q : หมายความว่าเกณฑ์การรับคนที่จะมาเป็นผู้จัดการกับพนักงานในร้านจะไม่เหมือนกันสินะคะ แล้วแบบนี้เคยมีพนักงานที่สามารถขึ้นเป็นผู้จัดการไหมคะ?

A : มีครับ ตอนที่รับเข้ามาเป็นพนักงานในร้านใหม่ๆ ตอนนั้นเขาอายุ 20 กว่าๆ แล้วขยันขันแข็งตั้งใจทำงานเป็นอย่างมาก คอยดูแลช่วยเหลือเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ จนตอนนี้ก็กลายมาเป็นผู้จัดการแล้วครับ พอเราเห็นคนขยันๆ มีความตั้งใจก็อยากจะสนับสนุน แล้วก็เพิ่มเงินเดือนให้ใช่ไหมล่ะครับ

 

Q : อยากทราบแบบละเอียดๆ อีกหน่อยว่าเหตุผลสำคัญเลยที่เลื่อนตำแหน่งให้คืออะไรคะ?

A : พนักงานคนนั้นคือเขาจะมีคุณลักษณะพิเศษอยู่ คือจะรายงานความคืบหน้าตลอด มีอะไรก็บอกกล่าว หรือถ้ามีปัญหาก็จะคอยเข้ามาขอคำปรึกษาว่าทำแบบนี้ดีไหม แบบนั้นดีไหม อันนี้คือเรื่องสำคัญเลยนะ ถ้าจะให้พูดง่ายๆ เลยคือทำงานด้วยง่ายครับ

 

Q : นั่นสินะคะ ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาก็จริง แต่เป็นหัวใจสำคัญในการทำงานเลย มันทำให้ทำงานด้วยกันได้ง่ายขึ้น แล้วสำหรับระบบการจ้างงาน ฐานเงินเดือนนี่มีการจัดการอย่างไรบ้างคะ?

A : พนักงานของผมจะถูกประเมิณเรื่องเงินเดือน 3 เดือนครั้ง ก็หมายถึงโอกาสที่เงินเดือนจะเพิ่มขึ้นจะมี 3 เดือนครั้ง แต่เรื่องการเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการร้านนี่จะไม่เกี่ยวกับเวลา คือจะไม่มีเวลาตายตัวนะครับ

 

Q : ถ้าแบบนั้น พนักงานน่าจะตอบรับดีมากแน่ๆ เลยใช่ไหมคะ เพราะมีคนมาเห็นความตั้งใจ ความพยายามของเรา แถมเงินเดือนยังเพิ่มขึ้นไปอีก อยากจะให้โอซากิซังฝากอะไรถึงคนที่กำลังหางานอยู่หน่อยค่ะ ในฐานะผู้ที่เคยผ่านอะไรมาหลายๆ อย่าง

A : สำหรับผม ผมคิดว่าคนที่มีความสามารถควรจะได้รับเงินเดือนสูงๆ ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับเพศไหนหรือว่าชนชาติอะไร แทนที่จะตัดสินใจเลือกทำงานเพราะบริษัทใหญ่โด ดูมั่นคง แต่ผมว่าควรจะมองหางานที่ตัวเองอยากจะทำจริงๆ หรือตั้งเกณฑ์เงินเดือนที่อยากจะได้ แล้วก็ลองเปิดมุมมองกว้างๆ ดูครับ ถ้ามีเรื่องที่อยากจะทำ หรือของที่อยากจะได้ ก็อย%E

 

Pocket
Bookmark this on Google Bookmarks