Kei Sato

Name: Kei Sato

Age: 28

Company: KANEMATSU ELECTRONICS (THAILAND) LTD.

Post: Managing Director

College: Setsunan University

Language: Japanese,English

Kei Sato

เกิดปี 1986 ที่จังหวัดมิเอะ จบการศึกษาระดับอุดมศึกษาด้านภาษาต่างประเทศจากมหาวิทยาลัยเซ็ทสึนัน หลังจากเรียนจบในปี 2008 ก็เข้าทำงานที่ Kanematsu Electronics Ltd. ในตำแหน่ง Sales และในฐานะผู้ดูแลรับผิดชอบด้าน Account Sales ที่เริ่มบุกเบิกขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ปี 2012 ได้รับการยอมรับ จึงถูกคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง Managing Director ของ KANEMATSU ELECTRONICS (THAILAND) LTD. ในเดือนเมษายน ปี 2014

Q: อยากให้ช่วยพูดถึงรายละเอียดงาน, จุดแข็งของบริษัทหรือวิสัยทัศน์หลังจากนี้ให้ทุกคนได้ทราบหน่อยค่ะ

A: เราดำเนินงานออกแบบ,วางโครงสร้าง,บริการในการดำเนินงาน,เป็นที่ปรึกษาเกี่ยวกับระบบข้อมูลในการดำเนินธุรกิจ หรือขายผลิตภัณฑ์และซอฟแวร์ทางระบบไอที,ให้ความช่วยเหลือในด้านการขาย,การวางโครงสร้าง,วิศวกรรม,การออกแบบ โดยใช้พื้นฐานทางด้านสารสนเทศ (เทคโนโลยีการส่งผ่านข้อมูล) บริษัทร่วมทุ่นญี่ปุ่นในประเทศไทยโดยภาพรวมจะมีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งบริษัทของเราเองก็มีบริษัทแม่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน เราจึงเข้าใจในความต่างของความคิดระหว่างบริษัทแม่และคนในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเราที่สามารถให้การสนับสนุนได้ทั้งทางด้านประเทศไทยและทางด้านประเทศญี่ปุ่นไปพร้อมกัน

 


Q: สมัยนักเรียนนี่เป็นยังไงบ้างคะ?

A: ก็เป็นนักเรียนปกติธรรมดาทั่วไป ตอนสมัยม.ปลายก็เล่นบาสเก็ตบอลทุกวันเพราะอยู่ชมรมบาส พอเข้ามหาวิทยาลัยได้ก็เรียนอย่างเดียวเลยครับ เรียนเกี่ยวกับภาษา แล้วก็ชอบหาหนังสือเกี่ยวกับการบริหารจัดการของบริษัทที่สนใจมาอ่าน จะว่าไปก็เป็นนักศึกษาที่ค่อนข้างเอาจริงเอาจังเลยทีเดียว

 

Q: แล้วมีความสนใจที่อยากจะไปทำงานที่ต่างประเทศ หรือ เรื่องการบริหารนี่ตั้งแต่สมัยเรียนเลยหรือเปล่าคะ?

A: ก็ไม่ถึงขนาดนั้นครับ ไม่ถึงขนาดว่ามีความตั้งใจหรือมุ่งมั่นที่จะทำธุรกิจด้วยตัวเอง ที่ศึกษาดูก็เพราะแค่สนใจน่ะครับ แต่ครอบครัวของผมเคยทำงานที่ต่างประเทศ ก็เลยรู้สึกสนใจเรื่องการทำงานที่ต่างประเทศตั้งแต่ตอนนั้นครับ ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยปี 2 ก็เคยไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยวอชิงตันมาประมาณ 1 ปี ในครั้งนี้ผมก็รู้สึกเป็นเกียรติมากครับที่ได้รับโอกาสให้มาบริหารงานที่ประเทศไทย

 

Q: ในฐานะผู้บริหารให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรบ้างคะ?

A: ก็จะคอยระวังเช่นเรื่องระยะห่าง หรือว่าเรื่องการสื่อสารกับพนักงาน เพราะว่าถ้าเป็นกันเองมากเกินไปก็จะทำงานลำบาก แถมถ้าติดต่อกันเยอะๆ ก็จะทำให้การดำเนินงานแย่ลงไปด้วย เรื่องนี้ค่อยข้างเข้าใจยากเนอะ ที่บริษัทจะมีการไปทานอาหารด้วยกันทั้งบริษัทเดือนละครั้ง เพราะผมคิดว่าจะทำให้พนักงานด้วยกันพูดคุยสื่อสารกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

 

Q: บริษัทคุณซาโต้มามาตรฐานการรับสมัครพนักงานหรือว่ามีสเป็คบุคคลากรที่อยากจะทำงานด้วยไหมคะ?

A: ที่สำคัญเลยคือเรื่องภาษาอังกฤษครับ เพราะภายในบริษัทจะสื่อสารกันด้วยภาษาอังกฤษ และก็เราจะรับทำโปรเจ็คเป็นส่วนมาก ดังนั้นจึงต้องทำงานร่วมกับบริษัทอื่นๆ ที่รับโปรเจ็คร่วมกัน ดังนั้นหากไม่มีความอลุ่มอล่วยล่ะก็คงทำงานลำบากครับ

 

Q: สุดท้ายนี้อยากให้คุณซาโต้พูดถึงเป้าหมายต่อจากนี้หน่อยค่ะ

A: เราอยากจะเพิ่มคุณภาพของPort ซัพพอร์ตธุรกิจในเมืองไทยของบริษัทญี่ปุ่น เพื่อทำให้ลูกค้าพึงพอใจมากยิ่งขึ้น  สุดท้ายเราก็อยากจะพัฒนาและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าครับ

 

Pocket
Bookmark this on Google Bookmarks